เพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ ไม่ยอมรับก็อ่านและฟังได้ตามปกติ ตั้งค่าคุกกี้
โดย Kintaroz เกาเทียนฉี
บทที่ 331: บรรเลงเพลงต่อ แล้วเต้นกันต่อ
“เรื่องนี้มีอะไรให้พูดกันได้ยาวเลย”
ศาสตราจารย์ฉินเก็บโทรศัพท์ ก่อนเปลี่ยนเข้าสู่โหมดบรรยายทันที
“ถ้าพูดถึงตระกูลจิ้งจอก บันทึกเก่าแก่ที่สุดพบในคัมภีร์ซานไห่จิง
“ใน ‘คัมภีร์ภูเขาทิศใต้’ เขียนไว้ว่า—
“‘บนภูเขาชิงชิว มีสัตว์ชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้ายจิ้งจอกแต่มีเก้าหาง เสียงเหมือนทารก กินคนได้ ผู้ที่กินมันจะไม่ถูกพิษกู่’
“นี่แสดงให้เห็นว่าในยุคก่อนราชวงศ์ฉิน จิ้งจอกเก้าหางเป็นสัตว์มงคลชนิดหนึ่งมาแต่แรก หากกินเนื้อของมันก็ยังช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายและป้องกันพิษกู่ได้ด้วย”
เงาร่างของซูจิ่วเอ๋อร์ที่ลอยอยู่ข้างลวี่เจ๋อเบิกตากว้างทันที ประท้วงอย่างไร้เสียง: อะไรนะ? กินเนื้อเหรอ? จิ่วเอ๋อร์ไม่อยากถูกกินนะ! คัมภีร์ซานไห่จิงเขียนบ้าอะไรเนี่ย นี่มันรวมเรื่องหลอนสำหรับเด็กชัด ๆ!
ลวี่เจ๋อตอบในใจ: แค่นี้เองหรือ? คัมภีร์ซานไห่จิงแทบจะเป็นตำราอาหารอยู่แล้ว บอกไว้ชัดเจนว่าสัตว์ประหลาดพิสดารแต่ละชนิดกินแล้วได้ประโยชน์อะไรบ้าง...ว่าแต่เธอพูดถึงจิตวิเคราะห์ได้ด้วยซ้ำ ทำไมถึงไม่รู้จักคัมภีร์ซานไห่จิงล่ะ?
เงาร่างของซูจิ่วเอ๋อร์กอดหางฟูฟ่องแน่น ตัวสั่นงันงก “จะเหมือนกันได้ยังไง! รวมเรื่องหลอนชวนสยองแบบนี้ ต่อให้เป็นหมาก็ยังไม่อ่าน!”