เพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ ไม่ยอมรับก็อ่านและฟังได้ตามปกติ ตั้งค่าคุกกี้
โดย PhungNor
บทที่ 71 ลู่เนี่ยนคือคนบ้าของแท้!
สายลมตะวันตกพัดมาอย่างโหมกระหน่ำ
ในสายลมหอบเอาฝุ่นทรายมาด้วย พัดจนลู่เนี่ยนต้องเบือนหน้าหนีและหลับตาลง รอจนลมสงบแล้วจึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางยกมือขึ้นจัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างขมับให้เข้าที่
อาเวยช่วยนางจัดเสื้อคลุมกันลมสีแดงชาด พลางเอ่ยกลั้วรอยยิ้ม “ทางไปบ้านเดิมท่านยายต้องผ่านร้านสี่ซุ่นไจ เนื้อห่านของร้านนั้นมันแต่ไม่เลี่ยน รสชาติยอดเยี่ยม น้ำแกงก็เคี่ยวมาอย่างดี ดื่มแล้วหวานสดชื่น เราไปกินมื้อเย็นที่นั่นก่อนแล้วค่อยไปเถิด จะได้ประหยัดแรงท่านน้าสะใภ้ไม่ต้องคอยจัดแจงให้พวกเรา อ้อ จริงสิ ข้ายังชอบเซาปิ่งหัวไชเท้าของร้านนั้นด้วย ทอดมาได้พอดิบพอดีเชียว...”
เมื่อได้ฟังอาเวยเจื้อยแจ้วเรื่องของกิน โทสะที่ลู่เนี่ยนมีต่อพวกของหวังชิ่งหู่ก่อนหน้านี้ก็เจือจางลงไปหลายส่วน บนใบหน้าเริ่มมีรอยยิ้มปรากฏให้เห็น
ติ้งซีโหวเฝ้ามองภาพนั้น ถ้อยคำที่เดิมทีคิดจะเอ่ยออกไปพลันถูกกลืนลงคอจนหมดสิ้น
เพียงชั่วแวบแรกที่มองไป ติ้งซีโหวคล้ายกับเห็นภาพหลอนของภรรยาผู้ล่วงลับ
ตอนที่สตรีสกุลไป๋จากไปนางยังสาวมาก อายุเพียงยี่สิบต้นๆ ติ้งซีโหวจึงไม่มีโอกาสได้เห็นรูปลักษณ์ของนางในวัยสามสิบกว่า
แต่ในชั่วขณะนั้น เขาพลันคิดขึ้นมาว่า หากสตรีสกุลไป๋มีชีวิตอยู่จนถึงอายุเท่ากับอาเนี่ยนในตอนนี้ ก็คงจะมีหน้าตาประมาณนี้แหละ และอาเนี่ยนก็คือเด็กช่างฉอเลาะที่คอยทำให้มารดายิ้มแย้มอยู่ข้างกาย
เด็กผู้หญิงน่ะ มักจะชอบออดอ้อนเสมอ