เพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ ไม่ยอมรับก็อ่านและฟังได้ตามปกติ ตั้งค่าคุกกี้
โดย PhungNor
บทที่ 40 ทำให้เขาเสียชื่อเสียงป่นปี้เสียก่อน
ลมตะวันตกพัดม้วนใบไม้ร่วง
จนกระทั่งถูกลมพัดจนหนาวเหน็บไปทั้งตัว เฝิงเจิ้งปินจึงดึงสติกลับมาได้ เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองยืนอยู่ในป่าสถูปมานานมากแล้ว
เมฆบดบังแสงอาทิตย์ ท้องฟ้ามืดครึ้มลงไม่น้อย ราวกับฝนกำลังจะตก
เฝิงเจิ้งปินกดข่มความหวาดกลัวเรื่องวันที่บนสมุดบันทึกบุญกุศลกับป้ายวิญญาณส่งสู่ปรโลกไว้ก่อน ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องสืบให้รู้เรื่องสถานการณ์ของแม่ครัวผู้นั้น
เขารีบเร่งฝีเท้ากลับไปทางตำหนักใหญ่ ระหว่างทางพบพระสงฆ์ เขาก็ไม่สนใจจะทำความเคารพแบบชาวพุทธด้วยซ้ำ
เมื่อมาถึงตำหนักใหญ่ที่เพิ่งบริจาคเงินทำบุญไปก่อนหน้านี้ เฝิงเจิ้งปินหยุดฝีเท้า จัดแจงเสื้อผ้าหน้าผม เพื่อให้หัวใจที่เต้นโครมครามของตนเองสงบลงบ้าง
อาจารย์ที่จดบันทึกบุญกุศลกำลังคุยกับพระผู้รับแขกอยู่ เมื่อเห็นเฝิงเจิ้งปินเข้ามา เขาก็ทำความเคารพอย่างสุภาพ
แต่เฝิงเจิ้งปินกลับถามพระผู้รับแขก “เมื่อครู่นี้ในวัดเห็นหญิงชราผู้หนึ่ง รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตามาก นางแต่งตัวแบบอุบาสิกา เสียบปิ่นปักผม รูปร่างท้วมเล็กน้อย...”
พระผู้รับแขกตอบว่า “วันนี้มีผู้มาแสวงบุญสูงอายุหลายท่าน อาตมาไม่ทราบว่าโยมหมายถึงผู้ใด”