เพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ ไม่ยอมรับก็อ่านและฟังได้ตามปกติ ตั้งค่าคุกกี้
โดย Kintaroz เกาเทียนฉี
บทที่ 159: เจ้าตำหนักหลี่ซือ
ประตูสำนักของตำหนักหลี่ซือเงียบสงบและงดงาม แตกต่างจากบรรยากาศอัปมงคลชั่วร้ายที่วนเวียนไม่หายไปจากสำนักมารโดยสิ้นเชิง
ณ ที่แห่งนี้ ป่าไผ่เขียวขจีทอดตัวเป็นผืน สายน้ำใสไหลวนล้อมรอบ อาคารเก่าแก่เรียบง่ายแต่ละหลังซ่อนอยู่ท่ามกลางขุนเขาและลำธาร
กลิ่นหมึกอ่อนจางกับกลิ่นสดชื่นของพืชพรรณลอยอบอวลในอากาศ บางคราวมีเสียงอ่านหนังสือดังกังวานลอดออกมาจากหน้าต่าง ประสานกับเสียงนกร้องใสกังวานไม่กี่ครา ยิ่งขับให้สถานที่แห่งนี้สงบเยือกเย็นและสูงส่งเหนือโลกีย์
ภายในศาลาริมทางขึ้นเขา ศิษย์หนุ่มหลายคนกำลังนั่งล้อมวง ตั้งใจศึกษาตำราบทกวีโบราณในมือ
“ศิษย์พี่ ประโยคที่ว่า ‘ครั้นข้ายามจากไป ต้นหลิวพลิ้วไหว’ ศิษย์น้องรู้สึกอยู่เสมอว่า แม้ภาพในบทกวีจะงดงาม แต่กลับขาดกลิ่นอายสังหารดุดันดั่งทวนม้าศึก หากนำไปใช้ต่อสู้ จะดูอ่อนแอไปสักหน่อยหรือไม่?” ศิษย์ผู้หนึ่งเอ่ยถามด้วยความถ่อมตน
ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่ยิ้มบาง ก่อนอธิบายอย่างอดทน